Breaking News
Home / ข่าว / ข่าวประชาสัมพันธ์ / เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เปิดการประชุมสัมมนาฯ พระภิกษุที่ปฏิบัติงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่เฉพาะ หนกลางและหนใต้ ประจำปี ๒๕๖๐
s__170270798

เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เปิดการประชุมสัมมนาฯ พระภิกษุที่ปฏิบัติงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่เฉพาะ หนกลางและหนใต้ ประจำปี ๒๕๖๐

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา กลุ่มเผยแผ่พระพุทธศาสนา จัดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการพระภิกษุที่ปฏิบัติงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่เฉพาะ ในเขตการปกครองคณะสงฆ์หนกลางและหนใต้ ประจำปี ๒๕๖๐ ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๐ รวม ๒ วัน ณ วัดเทพวนาราม(วัดม่าหนิก) อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๓๐ น. พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการพระภิกษุที่ปฏิบัติงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่เฉพาะ ในเขตการปกครองคณะสงฆ์หนกลางและหนใต้ ประจำปี ๒๕๖๐ โดยมี พระครูพรหมประภัสสร เจ้าคณะอำเภอถลาง และเจ้าอาวาสวัดเทพวนาราม, พระโพธาภิรามมุนี เจ้าคณะจังหวัดยะลา, นายวิญญา ปัลดขวา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต, และนายชยพล พงษ์สีดา ที่ปรึกษาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถวายสักการะตามลำดับ
ต่อมานายชยพล พงษ์สีดา ที่ปรึกษาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถวายรายงานดังนี้ “สำนักงานพระพุทธศานาแห่งชาติ นอกจากจะมีภารกิจหลักในการสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ เกี่ยวกับการทำนุบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์ พัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแลจัดการศาสนสมบัติ แลบะพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกแล้ว ยังมีภารกิจหลักที่สำคัญ คือ การสนับสนุนส่งเสริมพัฒนาบุคลากรผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นหนึ่งในภารกิจของคณะสงฆ์ ๖ ด้าน และเป็นเครื่องชี้วัดถึงความดำรงมั่นคงของพระพุทธศาสนา ซึ่งมีรูปแบบและวิธีการเผยแผ่ที่หลากหลาย
พระภิกษุที่ปฏิบัติงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่เฉพาะ คือ พระภิกษุที่สมัครใจทำหน้าที่ประกาศเผยแผ่หลักพุทธธรรม แก่ประชาชนที่อยนู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนของประเทศ ซึ่งเป็นเขตชุมชนชาวเขา และในพืนที่ที่มีปัญหายาเสพติดและความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติและพระพุทธศาสนา โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้จัดตั้งงบประมาณอุดหนุนส่งเสริมการดำเนินงานปัจจุบันมีจำนวน ๓๐๐ รูป ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน ๒๒ จังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่เฉพาะ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้อาราธนาพระภิกษุที่ปฏิบัติเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสพื้นที่เฉพาะ ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลางและหนใต้ จำนวน ๑๗๕ รูปด้วยกัน”
จากนั้น พระพรหมจริยาจารย์ ประธานในพิธีให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมประชุมว่า “พระพุทธศาสนา ก็เปรียบเสมือนร่างกายของคน เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ ก็ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง มีตา มีหู มีจมูก มีลิ้น มีส่วนร่างกาย มีส่วนจิตใจ ประกอบเป็นผู้เป็นคน และต้องอาศัยส่วนหลายส่วน จึงจะสามารถประคับประคองพระพุทธศาสนาไปได้ พระภิกษุที่ปฏิบัติงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่เฉพาะ ก็เปรียบกับกองทัพ ก็เหมือน ทหารราบฝ่ายหน้า ที่ต้องนำหน้าไปก่อน และฝ่ายอื่นๆคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง เพราะงานเผยแผ่เป็นหน้าเป็นตา เป็นจุดเด่นของผู้ที่ไม่ได้พบ ไม่ได้เห็น ไม่ได้สัมผัส ในสิ่งต่างๆ ในความคิดของผม ผมคิดว่า งานเผยแผ่ไม่เหมือนกับงานเทศน์ แตกต่างกัน งานเทศน์สำหรับผู้ที่เข้าใจแล้ว หมายถึง อุบาสก อุบาสิกา ส่วนพระสงฆ์ก็ขยายเรื่องนั้นๆให้ฟัง เรียกว่า “นักเทศน์” สำหรับนักเผยแผ่ ไม่ต้องตั้งนะโม เริ่มได้เลย ไม่มีแบบตายตัวแน่นอน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ อากัปกิริยาของ “นักเทศน์” คือ การสร้างบุคลิกลักษณะที่ดี ให้ผู้ที่ไม่เคยพบเห็นได้มีความเข้าใจ ในลักษณะการพูดก็ได้ ในลักษณะการแสดงอากัปกิริยาก็ได้ ในลักษณะการขีดการเขียนก็ได้ เห็นตัวไม่เห็นตัวก็ได้ และผู้ที่เป็นต้นแบบของการเผยแผ่ คือ พระอัสสชิ”
ทั้งนี้การจัดประชุมดังกล่าวคาดหวังว่า ผู้ที่เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การปฏิบัติงาน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสรุปผลการปฏิบัติงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในรอบปี และรับทราบปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัติงาน อีกทั้งยังได้รับการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงาน และเรียนรู้เทคนิค วิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมทั้งรับทราบนโยบายด้านการส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วย
พระโพธาภิรามมุนี เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส (ธ) และเจ้าอาวาสวัดยะลาธรรมาราม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงวิธีการเผยแผ่ในเขตพื้นที่เฉพาะว่า “การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ใช้วิธีการพูดคุยทำความเข้าใจ ไปมาหาสู่ซึ่งกันและกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เพื่อให้คนในพื้นที่ ได้ละในความเชื่อบางสิ่งบางอย่าง ความเชื่อดั้งเดิม ซึ่งความเป็นอยู่ในปัจจุบันก็ลำบากนิดนึง การบิณฑบาตก็ไม่เป็นปกติ ต้องให้ทันยุคทันเหตุการณ์อยู่เสมอ เช่น การจัดพิธีเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ปกติจัดเวลากลางคืน ก็ต้องเปลี่ยนมาจัดเวลากลางวัน ยังไม่สามารถทำงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุกได้ เวลาออกไปหาโยมก็จะไปรถโดยไม่บอกใคร แม้กระทั่งคนในวัด เพือป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น ส่วนเรื่องคำพูดนั้นสำคัญมาก เช่น การเทศนาก็ต้องพูดให้เป็นกลางเข้าไว้ อยู่ร่วมกันด้วยการไม่สร้างปัญหา เพื่อไม่ให้เกิดข้อขัดแย้ง”

ภาพ/ข่าว : วัชรพงษ์ บุญพระ
กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

Check Also

tag_0336

ตัวแทนพระพุทธอิสระเข้ายื่นหนังสือต่อ ผอ.พศ.

๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๑.๐๐ น. ณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดนครปฐม พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม (พระพุทธะอิสระ) ส่งตัวแทนพร้อมทนายเข้ายื่นหนังสือต่อ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่องติดตามผลการสอบสวนและการดำเนินการเอาผิด …