Breaking News
Home / ข่าว / ข่าวประชาสัมพันธ์ / “สมเด็จพระสังฆราช” เสด็จประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๖๐

“สมเด็จพระสังฆราช” เสด็จประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๖๐

วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๔.๐๐ น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังอาคารราชวิริยาลังการ วัดไร่ขิง พระอารามหลวง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๖๐ โดยมี นายกนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการฯ รักษาราชการผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถวายรายงาน ดังนี้ “วัดที่ได้รับวิสุงคามสีมาในครั้งนี้ จึงเป็นวัดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่บัญญัติไว้ในกฎกระทรวง และสามารถกระทำสังฆกรรมได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความสมบูรณ์ ทั้งด้านพระธรรมวินัยและกฎหมายทุกประการ การจัดพิธีประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ในครั้งนี้ มีวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา งวดที่ ๕ ประจำปี ๒๕๕๙ จำนวน ๑๔๕ วัด งวดที่ ๖ ประจำปี ๒๕๕๙ จำนวน ๘๐ วัด และงวดที่ ๑ ประจำปี ๒๕๖๐ จำนวน ๘๐ วัด รวมทั้งสิ้น ๓๐๕ วัด” ต่อมา นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน กล่าวเบิกตัวผู้เข้ารับประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง วิสุงคามสีมา ตามลำดับ

จากนั้น เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง วิสุงคามสีมา แก่วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ประจำปี ๒๕๖๐ และประทานพระโอวาท ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่า “สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานวิสุงคามสีมา ในคราวนี้รวมจำนวน ๓๐๕ วัด นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เป็นเครื่องหมายแห่งพระราชศรัทธาของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภกทั้งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และตามโบราณราชประเพณี ควรที่ท่านเจ้าอาวาส ตลอดจนชาววัดทั้งหลายที่ได้รับพระราชทานเกียรติยศในครั้งนี้ จักได้ถวายอนุโมทนาและถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน แต่นอกจากการถวายอนุโมทนา และถวายพระพรตามประเพณีแด่พระองค์แล้ว ท่านทั้งหลายยังมีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือการรับสนองพระราโชบาย ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานไว้เป็นแนวทางการดำเนินงานของคณะสงฆ์ ว่า “พัฒนาความรู้และคุณภาพพระสงฆ์ ให้เป็นหลักทางใจของประชาชน ให้พระมีความสำนึกและเป็นประโยชน์ในสังคมไทย”

พระราโชบายนี้เป็นคติเตือนใจที่สำคัญมาก การที่ท่านอุตสาหะสร้างวัดขึ้นแล้ว จนจะมีอุโบสถเพื่อประกอบสังฆกรรมได้อย่างสมบูรณ์ตามพุทธบัญญัติ ชาววัดทุกรูปทุกคน พึงตั้งสติไว้บนคติที่ถูกต้อง เพื่อให้วัดของท่านเป็นวัดที่ดีจริง สมกุศลเจตนาของทายกทายิกา ท่านทั้งหลายรวมทั้งพระภิกษุสามเณรในปกครอง จักต้องประพฤติปฏิบัติตนในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ให้สมควรแก่การที่ชาวบ้านจะกราบไหว้กระทำอัญชลีได้โดยสนิทใจ ให้สมควรที่เขาจะมาทำบุญถวายทานได้โดยสำเร็จเป็นบุญแท้ และต้องมีปณิธานและความเพียรอันแน่วแน่ ที่จะทำให้วัดเป็นหลักทางปัญญาของสังคมให้จงได้ ความโง่เขลาและความงมงายนั้น เป็นหนทางอันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับความเป็นพุทธะ เพราะความเป็นพุทธที่แท้ย่อมได้แก่การเป็นผู้รู้สัจธรรม เป็นผู้ตื่นจากกิเลสนิทรา และเป็นผู้เบิกบานในธรรม วัดใดทำให้เกิดความเป็นพุทธแท้ ก็ย่อมได้ชื่อว่า กตัญญูกตเวทีต่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และสมควรแก่เกียรติยศที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานมา

ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านเจ้าอาวาสทุกรูปที่มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ จักมีปณิธานร่วมกันกับคณะสงฆ์ ในอันที่จะสนองพระราโชบายของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า อัครศาสนูปถัมภกของเราทั้งหลาย เพื่อเพื่อนสหธรรมิกผู้เป็นบรรพชิต จักได้ชื่อว่าเป็นพุทธชิโนรส เป็นลูกกตัญญูที่แท้จริงแห่งพระบรมศาสดา และสามารถเข้าร่วมเป็นภาคีที่พึงปรารถนาของสถาบันพระศาสนา อันเป็นสถาบันหลักของชาติ ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป”

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ / ข่าว

 

Check Also

ผอ.พศ. เรียกประชุมผู้บริหารของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ส่วนกลาง) ครั้งที่ ๘ / ๒๕๖๐

วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๓๐ น. พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ส่วนกลาง) ครั้งที่ ๘ / …