เกร็ดความรู้

“โอ๊ย!! เวียนหัวเหลือเกิน..ทำไมมึนหัวบ่อยจัง?”

เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงเคยประสบกับอาการเวียนหัว หรือเวียนศีรษะกันมาแล้ว และเชื่อเหลือเกินว่า เวลาไปพบแพทย์ก็จะมีคำที่ใช้บอกเล่าอาการแตกต่างกันไป ทั้งอาการมึน งง ลอย โคลง เวียน บ้านหมุน รวมไปถึงหน้ามืด ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน จึงขอเรียกอาการนี้ว่า “อาการเวียนศีรษะ”

อาการเวียนศีรษะ เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในคนทุกกลุ่มอายุแต่มักพบได้บ่อยในคนสูงอายุ เป็นอาการไม่เฉพาะเจาะจงสำหรับโรคใดโรคหนึ่งและไม่ได้มีสาเหตุจากระบบประสาทเสมอไป แต่เป็นอาการที่มักทำให้แพทย์ผู้ตรวจเกิดอาการเวียนศีรษะตามไปด้วย เนื่องด้วยบางครั้งผู้ป่วยมีอาการเวียนศีรษะเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีอาการผิดปกติอื่นและตรวจไม่พบความผิดปกติใด ๆ และที่สำคัญบ่อยครั้งที่ผู้ป่วยเองก็สับสนจนใช้คำพูดสับสนทำให้แพทย์ผู้ตรวจพลอยสับสนไปด้วย เช่น มึน งง เวียนหน้ามืด เป็นต้น

อาการเวียนศีรษะ มึน งง เมา เป็นอาการที่พบบ่อย ผู้ป่วยจะรู้สึกสมองตื้อไม่แจ่มใสเท่าที่ควร คิดอะไรไม่ออกคล้ายกับคนนอนไม่พอ ความสัมพันธ์ในการรับรู้สิ่งแวดล้อมลดลง หรือประสาทที่ทำหน้าที่รับรู้เสื่อมลง มักใช้เมื่อมีการรบกวนระบบประสาทในการรับรู้ด้านต่าง ๆ ได้แก่

1) ระบบประสาทรับภาพของตาหรือระบบประสาทเคลื่อนไหวลูกนัยน์ตาไม่ทันกับสภาพที่เคลื่อนที่เร็ว เช่น ขณะนั่งในรถที่กำลังวิ่งเร็ว หรือมองตามวัตถุที่เคลื่อนที่เร็ว

2) ระบบประสาทรับสัมผัส เนื่องจากการผสมผสานกันของสัญญาณประสาทรับสัมผัสจากระบบต่าง ๆ เป็นไปอย่างไม่ปกติ เช่น การยืนใกล้กับสิ่งของ สิ่งก่อสร้าง หรือหน้าผาที่มีขนาดใหญ่มาก หรือภาวะกลัวความสูง

3) ระบบรับสัญญาณประสาทของสมองส่วนกลาง เช่น ถูกกดจากการทานยานอนหลับ ดื่มสุราหรืออดนอน ภาวะความเครียด วิตกกังวล หวาดกลัว หรือโรคทางกายที่มีผลต่อสมอง ได้แก่ภาวะขาดสารอาหาร น้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำผิดปกติ โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง เป็นต้น

อาการเวียนศีรษะหมุน เป็นความรู้สึกหลอน เนื่องจากในความเป็นจริง ทั้งตัวเราเองและสิ่งแวดล้อมไม่ได้หมุน ผู้ป่วยที่มีอาการเวียนหมุน จะรู้สึกตัวเองหมุน หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุน อันเกิดจากความไม่สมดุลกันของสัญญาณประสาทของระบบประสาทการทรงตัวในหูชั้นใน ซึ่งตามปกติประสาทหูชั้นในจะทำหน้าที่ในการทรงตัวโดยจะให้สัญญาณประสาทที่สมดุลกันทั้งสองข้างในขณะพัก

อาการโคลงเคลง เสียศูนย์ เอียง เซ เป็นอาการที่อาจเกิดร่วมกับอาการเวียนศีรษะหมุน หรือเกิดเองโดยผู้ป่วยมักจะมีปัญหาในการยืน เดิน เสียการทรงตัว มีความรู้สึกคล้ายยืนอยู่ในเรือ เท้าจะลอย อาจจะล้ม หรือเกือบจะล้มไปด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการเคลื่อนไหว เกิดจากความผิดปกติของสมองได้หลายตำแหน่ง เช่น สมองใหญ่ สมองน้อย ทางเดินประสาทที่นำคำสั่งไปยังกล้ามเนื้อแขนและขา ระบบประสาทรับความรู้สึกจากแขน ขา และข้อต่อหรือระบบประสาทการทรงตัวในหูชั้นใน

อาการหวิว ลอย หน้ามืด ผู้ป่วยมีอาการหน้ามืดคล้ายจะหมดสติ อาจถึงขั้นเป็นลมหมดสติ ถ้าเป็นมากต้องนอนหลับตานิ่ง แต่ยังได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน มักมีอาการขณะเปลี่ยนท่าเร็ว เช่น ลุกจากท่านั่ง จากท่านอนหรือจากท่านั่งยอง ๆ เป็นต้น ซึ่งเกิดเนื่องจากเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองส่วนใหญ่ไม่ทัน อาจเป็นความผิดปกติของปริมาณเลือด การบีบตัวของหลอดเลือดและความผิดปกติของหัวใจ

อาการเมารถเมาเรือ ที่เกิดในคนปกติเมื่อมีการกระตุ้น จากการเคลื่อนไหวศีรษะการกลอกตากลับไปกลับมานาน ๆ ทั้งในทิศ ทางและแนวโค้ง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวในแนวหลายระนาบ จะมีอาการมากที่สุดหากได้รับการกระตุ้นเป็นเวลานานพอหรือในคนที่ไว เช่น การนั่งรถหรือเรือที่มีการแกว่งไกวมาก ผู้ป่วยมักจะมีอาการของระบบประสาทอัตโนมัติเป็นอาการนำ เช่น เหงื่อออก ใจสั่น น้ำลายมาก คลื่นไส้อาเจียน กระเพาะอาหารไม่ทำงาน อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร หายใจเร็ว ไม่มีลักษณะใดจะทำนายได้ว่าใครจะเมาหรือไม่เมารถ การตรวจระบบการทรงตัวก็ให้ผลไม่ต่างกันนอกจากคนที่มีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด การป้องกันให้นั่งเรือให้ยืนบนดาดฟ้าแล้วมองไปไกลที่ขอบฟ้าหรือชายฝั่ง นั่งรถตอนหน้าสุดให้มองตรงและมองไกลออกไป

อาการเวียนศีรษะที่อันตรายและควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที ได้แก่ เวียนศีรษะหมุนมาก ทานอาหารและยาไม่ได้ คลื่นไส้ อาเจียนมาก อาการเป็นซ้ำ เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือเป็นตลอดเวลาและนานกว่า 3 สัปดาห์ มีอาการหมดสติ ชัก หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย

อาการเหล่านี้ หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดอันตราย หรือเกิดความพิการขึ้นได้ การตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษา จึงเป็นสิ่งสำคัญ ฉบับหน้ามาติดตามกันต่อ.

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=493&contentId=77052