Breaking News
Home / บริการของสำนักพุทธ (page 22)

บริการของสำนักพุทธ

การศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

สรุปหลักพุทธศาสนา ๑.พุทธศาสนามีหลักการเดียวกับวิทยาศาสตร์ คือ ๑. สอนอย่างมีเหตุผล ๒. ศึกษาจากของจริงที่มีอยู่จริง ๓. เชื่อจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๒.คำสอนทั้งหมดของพุทธศาสนาสรุปอยู่ที่ ๑. ละเว้นความชั่วทั้งปวง ๒. ทำความดีให้เต็มเปี่ยม ๓. ทำจิตให้บริสุทธิ์ ๓.พุทธศาสนามีคำสอนอยู่ ๒ ระดับ คือ ๑. ระดับศีลธรรม หรือระดับต่ำ ที่สอนให้ละเว้นความชั่ว และทำความดี โดยเอาไว้สอนคนที่ความรู้น้อย เช่นชาวบ้าน ๒. ระดับสูง ที่สอนให้ทำจิตให้บริสุทธิ์ หรือดับทุกข์ของจิตใจในปัจจุบัน โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์ โดยเอาไว้สอนคนที่มีความรู้ ๔.คำสอนที่สำคัญของพุทธศาสนาก็คือ คำสอนระดับสูง คือ เรื่อง อริยสัจ ๔ อันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดับทุกข์  อันได้แก่ ๑. ทุกข์    คือเรื่องความทุกข์ของจิตใจมนุษย์ในปัจจุบัน ๒. สมุทัย  คือเรื่องสาเหตุของความทุกข์ทั้งปวง ๓. นิโรธ   …

Read More

วิธีปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานตามหลักสติปัฏฐาน ๔

การเผยแผ่หลักธรรม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก  ทรงแสดงวิปัสสนากัมมัฏฐานญาณอันสูงสุด  รู้เห็นตามทัศนะที่มีอยู่จริง  ดุจพระอาทิตย์อุทัยยังโลกให้สว่างฉะนั้น บรรดาสาวกของพระพุทธองค์ได้รับฐานะที่ตั้งของการงานที่ให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริงด้วยอาการต่างๆ มาศึกษาปฏิบัติ  จนประทับใจ มนุษย์และเทวดาทั้งหลายเป็นอันมาก ยากที่จะหาสิ่งใด ๆ  ที่มีค่าในโลกมาเปรียบเทียบได้ สิ่งนั้น คือ “วิปัสสนากัมมัฏฐาน” อันเป็นแนวทางที่เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์หมดจดโดยส่วนเดียว เรียกว่า “วิสุทธิมรรค”  คือ ทางแห่งความบริสุทธิ์ เมื่อบุคคลใดได้ดำเนินไปตามนี้จนถึงที่สุดแล้ว ย่อมถึงจุดหมายปลายทาง คือพระนิพพานอันเป็นที่บริสุทธิ์สิ้นกิเลสและพ้นจากกองทุกข์ทั้งปวงตามพุทธประสงค์ที่ต้องการจะให้สรรพสัตว์ได้เข้าถึง หรือได้รู้เห็นพระสัทธรรมที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบในพระศาสนานี้ (ขุนสรรพกิจโกศล, ๒๕๐๙ ; ๑๑๐) การปฏิบัติวิปัสสนาหรือสติปัฏฐาน ๔  (The four foundation of  mindfulness) นี้ เป็นวิชาที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ  เป็นวิชาที่ไม่ลึกลับ ไม่ใช่ของยากและก็ไม่ง่ายนัก เป็นสิ่งที่ทำได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำกัดด้วยกาล ด้วยสถานที่ และผู้ปฏิบัติพึงรู้ได้ด้วยตนเอง  ได้ผลทันตาเห็น  ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า  โรงเรียนและตำราที่ใช้ศึกษาและปฏิบัติก็คือร่างกายของเราอันยาววา หนาคืบ กว้างศอก  มีสัญญาใจครอง …

Read More

ขั้นตอนการขอยกวัดราษฎร์ ขึ้นเป็นพระอารามหลวง

การขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง มีขั้นตอนและวิธีดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวงพ.ศ. 2518 ดังนี้ 1. นายอำเภอรายงานขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ตามแบบที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้กำหนด ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด 2. ผู้ว่าราชการจังหวัดนำปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด เห็นสมควรแล้ว จะได้รายงานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 3. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นสมควรแล้ว จะขอรับความเห็นชอบจากเจ้าคณะภาค และเจ้าคณะใหญ่  แล้วรายงานเพื่อพิจารณานำเสนอมหาเถรสมาคม 4. มหาเถรสมาคมเห็นสมควรแล้ว   จะได้ขอพระราชทานยกวัดนั้นขึ้นเป็นพระอารามหลวง 5. เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แล้ว  จะได้แจ้งความยกวัดนั้นขึ้นเป็นพระอารามหลวงในราชกิจจานุเบกษา 6. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขึ้นทะเบียนพระอารามหลวงแล้ว จะได้แจ้งเจ้าคณะภาค และผู้ว่าราชการจังหวัด

Read More

ขั้นตอนการขอยกวัดร้าง ขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา

การขอยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา มีขั้นตอนและวิธีดำเนินการ ดังนี้ 1. ประชาชนที่มีศรัทธาจะบูรณะปฏิสังขรณ์วัดร้าง มีหนังสือถึงนายอำเภอหรือเจ้าคณะอำเภอ 2. เจ้าคณะอำเภอหรือนายอำเภอได้รับหนังสือตามข้อ 1 แล้วร่วมกันพิจารณาว่าสมควรจะยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาหรือไม่ โดยพิจารณาจาก (1) วัดร้างนั้นอยู่ในสภาพที่สมควรเป็นที่อยู่อาศัยและจำพรรษาของพระภิกษุ (2) มีประชาชนในละแวกใกล้เคียงจำนวนมากพอที่จะทำนุบำรุงให้วัดเจริญได้ (3) ตั้งอยู่ห่างจากวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาไม่ต่ำกว่า 2 กิโลเมตร  เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร (4) มีที่ดินพอที่จะขยายให้วัดเจริญได้ซึ่งไม่ต่ำกว่า 6 ไร่ เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็น และ (5) พอใจในหลักฐานของประชาชนตามข้อ 1 ที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์วัดร้างนั้นให้เป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา และสามารถจัดให้มีพระภิกษุมาอยู่อาศัย และจำพรรษาในวัดได้ไม่น้อยกว่าสี่รูป โดยมีเอกสารแสดงการยินยอมของพระภิกษุที่จะเข้ามาอยู่อาศัยและจำพรรษาในวัดร้างที่จะยกขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาทั้ง 4 รูป ประกอบมาด้วย 3. เจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอร่วมกันรายงานการขอยกวัดร้างต่อเจ้าคณะจังหวัด(ตามแบบรายงานการขอยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา) 4. เจ้าคณะจังหวัดได้รับทราบแล้ว ทำความเห็นเพื่อยื่นต่อจังหวัด 5. จังหวัดนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการศาสนาจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ 6. ส่งเรื่องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการ

Read More