Breaking News
Home / องค์ความรู้ (page 18)

องค์ความรู้

๖o ปางห้ามมาร

ปางที่ ๖o ปางห้ามมาร พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางอยู่บนพระเพลา พระหัตถ์ขวาแบฝ่าพระหัตถ์ ยกขึ้นตั้งเสมอพระอุระ เป็นกิริยาห้าม ตำนานพระพุทธรูปปางนี้ รวมอยู่กับตำนานพระพุทธรูป ปางปลงอายุสังขาร ซึ่งเป็นปางที่ ๖๑ ข้อมูลจากหนังสือ "ตำนานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ" นิพนธ์ของ พระพิมลธรรม ราชบัณฑิต (ชอบ อนุจารีมหาเถร)

Read More

๖๑ ปางปลงอายุสังขาร

ปางที่ ๖๑ ปางปลงอายุสังขาร พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา แบฝ่าพระหัตถ์ขวายกขึ้นประทับที่พระอุระอย่างกิริยาลูบพระกาย พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้ ในเวลาเช้าแห่งวันปัณณรสี เพ็ญเดือน ๓ มาฆมาส สมเด็จพระบรมโลกนาถทรงถือบาตรเสด็จโคจรบิณฑบาต ณ เมืองไพศาลี ครั้นกลับจากบิณฑบาตทรงภัตตกิจเสร็จแล้ว โปรดให้พระอานนท์เอาผ้านิสีทนะสำหรับรองนั่งไปยังปาวาลเจดีย์ เพื่อประทับพักสำราญในเวลากลางวัน เมื่อพระอานนท์ลาดผ้านิสีทนะถวายภายใต้ร่มไม้แห่งหนึ่งแล้ว ก็เสด็จประทับนั่งตามพระประสงค์แม้พระอานนท์ก็ได้เข้าเฝ้าถวายบังคมแล้วนั่งอยู่ในที่ใกล้ ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระประสงค์จะให้พระอานนท์กราบทูลอาราธนาพระองค์ ให้ทรงดำรงพระชนมายุอยู่ชั่วอายุกัปป์หนึ่ง หรือเกินกว่าอายุกัปป์หนึ่งนั้น จึงทรงแสดงโอฬาริกนิมิตร ให้แจ้งชัดโดยแสดงอานุภาพอิทธิบาทภาวนาว่า ผู้ใดได้เจริญอิทธิบาทภาวนาดีแล้วสามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้ถึงกัปป์หนึ่งหรือเกินกว่า ตรัสปริยายนิมิตรให้ชัด ดังนั้นถึง ๓ หน มารเข้าดลใดพระอานนท์เสีย ไม่สามารถจะรู้ทัน พระดำรัสที่ทรงพระประสงค์ได้ พระอานนท์จึงไม่ได้กราบทูลอาราธนาให้พระผู้มีพระภาคเจ้าดำรงพระชนม์อยู่ตลอดอายุกัปป์หนึ่งหรือเกินกว่า ต่อนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงรับสั่งให้พระอานนท์ออกไปเสียจากที่นี้ พระอานนท์ถวายบังคมแล้ว ออกไปนั่งอยู่ที่ร่มไม้ไม่ไกลจากพระผู้มีพระภาคเจ้านัก ครั้นพระอานนท์หลีกออกไปแล้วไม่นาน มารได้ถือโอกาสเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วยกเนื้อความแต่ปางหลัง ครั้งแรกได้ตรัสรู้อภิสัมโพธิญาณประทับ ณ ควงไม้อชปาลนิโครธนั้น ได้ตรัสว่า "บริษัททั้ง ๔ เหล่าคือ ภิกษุ …

Read More

๖๒ ปางนาคาวโลก

ปางที่ ๖๒ ปางนาคาวโลก พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ขวาห้อยเยื้องมาข้างหน้าประทับไว้ที่พระเพลาข้างซ้าย พระหัตถ์ซ้ายห้อยลงข้างพระองค์ตามปกติ เอี้ยวพระกายผินพระพักตร์เหลียวไปข้างหลัง เป็นกิริยาทอดพระเนตรพระนครไพศาลี ผิดปกติเหมือนดูอย่างไว้อาลัย ด้วยจะเป็นการเห็นครั้งสุดท้าย จะไม่ได้เสด็จมาเห็นอีกต่อไปตามสามัญชอบพูดว่า "ดูสั่ง" พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้ วันหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพาพระภิกษุสงฆ์ ๕oo เสด็จไปเมืองไพศาลี เสด็จประทับอยู่ที่กุฏาคารศาลาในป่ามหาวัน ครั้งนั้นบรรดากษัตริย์ลิจฉวีราชทั้งหมดได้ทราบข่าว การเสด็จมาของพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงโสมนัส พากันเสด็จออกไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า น้อมถวายเครื่องสักการบูชาเป็นอันมาก พระศาสดาได้ทรงพระกรุณาประทานพระธรรมเทศนาโปรดมวลกษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลาย ให้เลื่อมใสศรัทธามีความอาจหาญรื่นเริงในธรรมทั่วกัน เมื่อจบพระธรรมเทศนาแล้ว บรรดากษัตริย์ลิจฉวีได้พร้อมกันอาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้ากับทั้งพระสงฆ์ทั้งหมด ให้เสด็จเข้าไปรับอาหารบิณฑบาตในพระราชนิเวศน์ แล้วทูลลากลับ ครั้นเช้าวันรุ่งขึ้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ได้เสด็จเข้าไปรับอาหารบิณฑบาตของบรรดากษัตริย์ลิจฉวีในพระราชนิเวศน์ ครั้นทรงทำภัตตกิจแล้วทรงประทานธรรมานุศาสน์แก่กษัตริย์ลิจฉวีทั้งปวงโดยควรแก่นิสสัยแล้ว ทรงพาพระภิกษุสงฆ์เสด็จออกจากพระนคร เสด็จประทับยืนอยู่หน้าประตูเมืองไพศาลี เยื้องพระกายผินพระพักตร์มาทอดพระเนตรเมืองไพศาลี ประหนึ่งว่าทรงอาลัยเมืองไพศาลีเป็นที่สุด พร้อมกับรับสั่งว่า "อานนท์ การเห็นเมืองไพศาลีของตถาคตครั้งนี้ เป็นปัจฉิมทัศนะ" คือการเห็นครั้งสุดท้าย แล้วเสด็จไปประทับยังกุฏาคารศาลา ในป่ามหาวันอีก สถานที่เสด็จประทับยืนทอดพระเนตรโดยพระอาการแปลกจากเดิม พร้อมกับรับสั่งเป็นนิมิตรเช่นนั้น เป็นเจดียสถานอันสำคัญเรียกว่า "นาคาวโลกเจดีย์" นาคาวโลก แปลว่าดูอย่างช้าง …

Read More

๖๓ ปางทรงรับอุทกัง

ปางที่ ๖๓ ปางทรงรับอุทกัง พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาทรงบาตรวางบนพระชานุเป็นกิริยารับน้ำ พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้ เมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จประทับอยู่ที่ปาวาลเจดีย์ เมืองไพศาลี ประทานโอวาทแก่พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายให้มีธรรมเป็นที่พึ่ง พอควรแก่เวลาแล้ว ก็ทรงพาภิกษุสงฆ์เสด็จไปยังบ้านภัณฑุคาม ประทับสำราญพระอิริยาบถ โดยควรแก่พระอัธยาศัย แสดงธรรมโปรดพุทธบริษัท ณ บ้านภัณฑุคามนั้น ให้ตั้งอยู่ในอริยธรรม คือ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ อันเป็นธรรมนำให้หลุดพ้นจากอาสวะทั้งมวล ต่อนั้นพระบรมศาสดาพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ได้เสด็จไปบ้านหัตถีคาม อัมพุคาม ชัมพุคาม และโภคนครโดยลำดับ ประทับอยู่ที่โภคนครแสดงธรรมโปรดพุทธบริษัทชาวเมืองนั้น ต่อนั้นจึงได้เสด็จไปยังเมืองปาวานคร เสด็จเข้าประทับอาศัยอยู่ที่อัมพวันสวนมะม่วงของนายจุนทกัมมารบุตรซึ่งอยู่ใกล้เมืองนั้น ครั้นนายจุนทะได้ทราบข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมาสถิตอยู่ในสวนของตนก็มีความยินดี ได้นำสักการะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ายังที่ประทับ พระบรมศาสดาตรัสพระธรรมเทศนาโปรด ให้นายจุนทะชื่นชมโสมนัส และบรรลุโสดาปัตติผล นายจุนทะได้กราบทูลนิมนต์พระผู้มีพระภาคกับทั้งภิกษุสงฆ์ ให้เข้าไปรับอาหารบิณฑบาตยังนิเวศน์ของตน พระบรมศาสดาทรงรับด้วยดุษณีภาพ เมื่อนายจุนทะทราบแล้วก็ดีใจรีบกราบทูลลากลับคืนนิเวศน์ ให้ตกแต่งขาทนียโภชนียาหารกับทั้งสุกรมัททวะ (เนื้อสุกรอ่อน) ประกอบด้วยรสอันเอมโอชแต่ในเวลาราตรี ครั้นรุ่งเช้า นายจุนทะได้ออกไปทูลอัญเชิญเสด็จพระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ได้เสด็จไปยังนิเวศน์ของนายจุนทะประทับนั่งบนพุทธอาสน์ …

Read More