Breaking News
Home / องค์ความรู้ (page 10)

องค์ความรู้

๒๙ ปางอุ้มบาตร

ปางที่ ๒๙ ปางอุ้มบาตร พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถยืน ส้นพระบาททั้งสองชิดกัน พระหัตถ์ทั้งสองยกประคองบาตรราวสะเอว มีบาตรวางอยู่ที่ฝ่าพระหัตถ์ในท่าประคองด้วย นิยมเรียกว่าปางอุ้มบาตร นิยมสร้างขึ้นเป็นพระประจำวัน ของคนเกิดวันพุธ พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้ เมื่อพระบรมศาสดาเสด็จไปยังพระนครกบิลพัสดุ์ ครั้งแรกทรงทำอิทธิปาฏิหาริย์เหาะขึ้นไปบนอากาศ ทรมานให้พระประยูรญาติให้ถวายบังคมแล้วเสด็จลงมาประทับนั่งยังพระบวรพุทธอาสน์ ยังฝนโบกขรพรรษให้ตกลงในท่ามกลางสมาคมพระญาติ แล้วทรงประกาศมหาเวสสันดรชาดกยกขึ้นเป็นเทศนา มีข้อความตามนัยที่พรรณนาไว้ในเรื่องพระพุทธรูปปางทำอิทธิปาฏิหาริย์ ซึ่งเป็นปางที่ ๒๘ สำหรับพระพุทธรูปปางที่ ๒๙ คือปางอุ้มบาตรนี้มีเรื่องต่อเนื่องมาว่า ครั้นพระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมจบแล้วบรรดาพระญาติทั้งหลายมีพระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดา เป็นประธาน ก็ได้ความเบิกบานปีติปราโมทย์ เปิดพระโอษฐ์ซ้องสาธุการแล้วพระญาติทั้งหลายก็กราบทูลลาคืนหลังยังพระราชสถาน มิได้มีพระญาติสักองค์หนึ่งได้กราบทูลถวายพระกระยาหารในยามเช้าพรุ่งนี้ แม้แต่พระเจ้าสุทโธทนะก็เพียงแต่ทูลลา มิได้ทูลอาราธนาเสวยพระกระยาหารเช้าเช่นกันด้วยทรงนึกไม่ทันว่า ธรรมดาพระจะต้องอาราธนา จึงจะได้มารับบิณฑบาตในบ้าน ซึ่งเป็นปกติสามัญของประชาชนทั่วไป แต่พระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดากลับทรงรู้สึกอย่างเป็นพระญาติที่สนิทว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระโอรส พระสงฆ์สาวกเล่าก็เป็นศิษย์ของพระโอรส แล้วพระโอรสจะเสด็จไปไหน เมื่อไม่มายังพระราชนิเวศน์ของพระองค์ ไม่จำต้องทูลอาราธนา โดยแน่พระทัยว่า พระบรมศาสดาจะต้องทรงพาพระสาวกทั้งหลายมาเสวยพระกระยาหาร ในพระราชนิเวศน์เป็นแน่แท้ การเสด็จไปเสวยที่คฤหาสถ์ของใครที่ไหน แม้จะเป็นพระญาติของพระองค์ก็ไม่เหมาะไม่ควรเท่ากับเสด็จมายังพระราชนิเวศน์ เพราะพระเจ้าสุทโธทนะ ทรงแน่พระทัยดังนี้ จึงไม่เปิดพระโอษฐ์ออกพระวาจาทูลอาราธนา …

Read More

๓o ปางโปรดพุทธบิดา

ปางที่ ๓o ปางโปรดพุทธบิดา พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าประคองบาตร พระหัตถ์ขวายกขึ้นจีบนิ้ว อันเป็นกิริยาแสดงธรรมโปรด พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้ เมื่อพระบรมศาสดาทรงพาพระสาวกเสด็จออกบิณฑบาตในพระนครกบิลพัสดุ์ ซึ่งมีเค้าเรื่องต่อจากประวัติพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรข้างต้น ครั้นความทราบถึงพระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดา ทรงเสียพระทัยรีบเสด็จจากพระที่นั่งไปพบพระบรมศาสดารับสั่งพ้อต่อว่าพระบรมศาสดาด้วยความน้อยพระทัย ที่ทรงเห็นการที่พระบรมศาสดาทรงบาตรเสด็จโปรดสัตว์นั้นเป็นเรื่องเสื่อมเสียพระอิสสริยยศ อันจะทำให้ชาวเมืองดูหมิ่นดูแคลนว่า สิ้นเนื้อประดาตัวไม่มีจะกิน ไม่มีญาติมิตรอุปถัมภ์ พระพุทธบิดาก็ไม่รับรองรังเกียจ ซึ่งบรรดากษัตริย์ทั้งหลายจะไม่ทรงทำกัน เป็นเรื่องที่น่าอัปยศมาก ด้วยพระวาจาเพียงสั้น ๆ ว่า "สิทธัตถะ ประเพณีเราเคยทำเช่นนี้หรือ" อธิบายว่า เมื่อไม่มีกษัตริย์องค์ไหนประเทศใดในโลกเขาทำกัน ทั้งไม่มีประเพณีที่เจ้านายในราชวงศ์ไหนทรงประพฤติกัน โดยการถือภาชนะเที่ยวขออาหารชาวบ้านไปเลี้ยงชีวิตเช่นนี้ อันเป็นความประพฤติของคนจัณฑาลของยาจก เป็นความเสื่อมเสียพระเกียรติยศอย่างมาก แล้วไฉนพระบรมศาสดาจึงทรงประพฤติเช่นนี้ พระบรมศาสดากลับทรงรับสั่งตอบ พระบิดาด้วยพระอาการปกติว่า "นี้เป็นประเพณีของตถาคต" อธิบายว่า การเที่ยวบิณฑบาตนี้ เป็นเนตติเป็นประเพณีของเราในฐานะที่พระบรมศาสดาทรงอยู่ในภาวะของสมณเพศปกติเหล่ากอของสมณะจะต้องเที่ยวบิณฑบาต ซึ่งเป็นประเพณีของพระทั่วไป แต่พระเจ้าสุทโธทนะไม่ทรงเข้าพระทัย โดยทรงถือมั่นว่า พระองค์เป็นกษัตริย์ แม้พระบรมศาสดาก็เป็นกษัตริย์ ธรรมดาของกษัตริย์ย่อมไม่มีประเพณีเลี้ยงชีวิตด้วยการเที่ยวบิณฑบาต ดังนั้น จึงรับสั่งย้ำอีกว่า "นี้เป็นประเพณีของเราหรือ" แม้พระบรมศาสดาก็ตรัสยืนพระวาจาว่า …

Read More

๓๑ ปางรับผลมะม่วง

ปางที่ ๓๑ ปางรับผลมะม่วง พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาทรงถือผลมะม่วง และวางหลังพระหัตถ์ไว้บนพระเพลา หงายพระหัตถ์ให้เห็นผลมะม่วงที่ทรงถืออยู่ พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้ เมื่อพระบรมศาสดาทรงโปรดพระพุทธบิดา ในเวลาต่อมาให้ดำรงอยู่ในพระอริยผลชั้นอนาคามีบุคคล โปรดพระนางปชาบดีโคตมีและพระนางพิมพาเทวีให้อยู่ในพระอริยผลชั้นโสดาบัน โปรดให้นันทกุมารพุทธอนุชาให้ทรงผนวชเป็นภิกษุ โปรดให้ราหุลกุมารซึ่งเป็นพระพุทธชิโนรสบรรพชาเป็นสามเณร และโปรดพระประยูรญาติทั้งหลายให้ตั้งอยู่ในพระอริยธรรมควรแก่วิสัย ตลอดเวลา ๑ พรรษา ครั้นออกพรรษาแล้ว ก็เสด็จกลับมาประทับที่พระเวฬุวันวิหาร พระนครราชคฤห์ ต่อมา ท่านอนาถปิณฑิกมหาเศรษฐีเมืองสาวัตถีมากรุงราชคฤห์ได้ฟังพระธรรมเทศนาแล้วบรรลุพระโสดาปัตติผล ได้ถวายไทยทานแด่พระบรมศาสดาพร้อมด้วยพระสงฆ์สาวก กับได้อาราธนาพระบรมศาสดาให้เสด็จไปประทับจำพรรษา ณ พระนครสาวัตถี โดยท่านจะสร้างพระวิหารถวาย ครั้นพระบรมศาสดารับอาราธนาแล้ว ท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐีก็รีบกลับพระนครสาวัตถี ขอซื้อสวนของเจ้าชายเชตุกุมารแล้วสร้างพระมหาวิหารพร้อมด้วยเสนาสนะสมบูรณ์ทุกประการ สิ้นทรัพย์เป็นจำนวน ๕๔ โกฏิ ให้นามขนานว่า "พระเชตวันวิหาร" แล้วทูลอัญเชิญพระบรมศาสดาจารย์พร้อมด้วยพระสงฆ์หมู่ใหญ่ให้เสด็จมาประทับจำพรรษา ณ พระเชตวันมหาวิหารนี้ พระบรมศาสดาได้แสดงธรรมประกาศพระศาสนา ยังมหาชนตั้งต้นแต่พระเจ้าปัสเสนทิโกศลลงมาให้เลื่อมใสตั้งอยู่ในพระไตรสรณาคมน์เป็นอันมาก โดยกาลไม่นานแล้วพระบรมศาสดาจารย์เสด็จกลับมาประทับยังพระเวฬุวันวิหารอีก ครั้งนั้น มีเศรษฐีในพระนครราชคฤห์ผู้หนึ่ง ยังมิได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และก็มิได้เลื่อมใสในลัทธิของอาจารย์ใด ๆ ทั้งสิ้น …

Read More

๓๒ ปางแสดงยมกปาฏิหาริย์

ปางที่ ๓๒ ปางแสดงยมกปาฏิหาริย์ พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งบนบัลลังก์ ห้อยพระบาททั้งสอง แบบนั่งเก้าอี้ ที่พระบาทมีดอกบัวรองรับ พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ จีบนิ้วพระหัตถ์ เป็นกิริยาแสดงธรรม พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้ เมื่อพระบรมศาสดาทรงได้ไม้คัณฑามพฤกษ์อันสมบูรณ์ด้วยกิ่งใบสูงใหญ่งามด้วยปริมณฑลสมดังพระประสงค์เช่นนั้น ก็ทรงตั้งพระทัยจะทรงทำปาฏิหาริย์สืบไป ครั้นเวลาบ่ายแห่งวันเพ็ญอาสาฬหมาส (กลางเดือน ๘) ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันที่ทรงให้นายคัณฑะปลูกต้นมะม่วง อันมีนามนิยมว่า ต้นคัณฑามพฤกษ์นั้น พระบรมศาสดาเสด็จออกจากพระคันธกุฎี ประทับยืนอยู่ที่มุข ท่ามกลางพุทธบริษัทซึ่งมาสโมสรกันเนืองแน่น โดยใคร่จะชมปาฏิหาริย์จึงทรงนิรมิตรจงกรมแก้วกว้างใหญ่ เหนือยอดไม้คัณฑามพฤกษ์ไพศาล งามตระการวิจิตรด้วยสัตตรตโนภาศ ควรแก่ความเป็นพุทธอาสน์ที่ประทับสำหรับแสดงปาฏิหาริย์ ของสมเด็จพระพิชิตมารอย่างหาเสมอเหมือนมิได้ แล้วสมเด็จพระจอมไตรโลกนาถ ก็เสด็จลีลาศขึ้นประทับนั่งยังจงกรมแก้วมโหฬาร ทรงกระทำปาฏิหาริย์ให้บังเกิด ท่อไฟพุ่งออกจากทางพระกายเบื้องบน สายน้ำพุ่งออกจากพระกายเบื้องล่าง และท่อไฟพุ่งออกจากพระกายเบื้องล่าง สายน้ำพุ่งออกจากพระกายเบื้องบน เป็นคู่ ๑ ท่อไฟพุ่งออกจากพระกายเบื้องหน้า สายน้ำพุ่งออกจากพระกายเบื้องหลัง และท่อไฟพุ่งออกจากพระกายเบื้องหลัง สายน้ำพุ่งออกจากพระกายเบื้องหน้า เป็นคู่ ๑ ท่อไฟพุ่งออกจากพระเนตรข้างขวา สายน้ำพุ่งออกจากพระเนตรข้างซ้าย และท่อไฟพุ่งออกจากพระเนตรข้างซ้าย สายน้ำพุ่งออกจากพระเนตรข้างขวา เป็นคู่ …

Read More