Breaking News
Home / องค์ความรู้ / พระพุทธรูปปางต่าง ๆ (page 4)

พระพุทธรูปปางต่าง ๆ

ข้อมูลจากหนังสือ “ตำนานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ” นิพนธ์ของ พระพิมลธรรม ราชบัณฑิต (ชอบ อนุจารีมหาเถร)

๑๓ ปางเรือนแก้ว

ปางที่ ๑๓ ปางเรือนแก้ว พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิอยู่ในเรือนแก้วหงายพระหัตถ์ทั้งสองซ้อนกันวางบนพระเพลา มีเรือนแก้วรอบพระกาย ดูพระพุทธชินราชเป็นตัวอย่าง บางแห่งสร้างเป็นแบบขัดสมาธิเพชร ประทับนั่งอยู่ในเรือนแก้ว พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้ เมื่อเสร็จจากการเสด็จจงกรม ๗ วันแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าก็เสด็จจากจงกรมเจดีย์ ไปทางทิศพายัพของตันมหาโพธิ์ ประทับนั่งสมาธิในเรือนแก้ว ซึ่งเทพดานิรมิตรถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรม ณ เรือนแก้วนั้น ๗ วัน นับเป็นสัปดาห์ที่ ๔ สถานที่ประดิษฐานเรือนแก้วเป็นนิมิตรมหามงคล เรียกว่า "รัตนฆรเจดีย์" พระพุทธจริยาที่เสด็จประทับนั่งพิจารณาพระอภิธรรม ยังรัตนฆรเจดีย์นั้น เป็นเหตุให้สร้างพระพุทธรูปอีกปางนี้ เรียกว่า "ปางเรือนแก้ว" เมื่อเสด็จจากการพิจารณาพระอภิธรรมในเรือนแก้วเป็นเวลา ๗ วันแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าก็เสด็จจากรัตนฆรเจดีย์ ไปประทับนั่งเสวยวิมุติสุขอยู่ยังร่มไม้ "อชปาลนิโครธ" ซึ่งตั้งอยู่ในทิศบูรพาแห่งต้นมหาโพธิ์นั้น. ครั้งนั้นมีพราหมณ์ผู้มีนิสัยชอบขู่ด้วยคำหยาบผู้หนึ่ง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคแล้ว ทูลถามว่า ข้าแต่พระโคตมผู้เจริญ คนที่เป็นพราหมณ์นั้นสำเร็จด้วยธรรมมีประมาณเท่าใด. พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ว่า พราหมณ์ผู้ใดลอยบาปเสียได้ ไม่มีกิเลสเครื่องขู่คนอื่น ปราศจากกิเลสย้อมจิตไม่ติดแน่นดุจน้ำฝาด มีตนสำรวมดีแล้ว …

Read More

๑๔ ปางนาคปรก

ปางที่ ๑๔ ปางนาคปรก พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ หงายพระหัตถ์ทั้งสองวางซ้อนกันบนพระเพลา มีพญานาคแผ่พังพานปกคลุมเบื้องบนพระเศียร บางแห่งสร้างเป็นแบบขัดสมาธิเพชร พระนาคปรกนี้มี ๒ แบบ คือ แบบหนึ่งประทับนั่งสมาธิบนขนดพญานาค แบบหนึ่งประทับนั่งสมาธิภายในวงขนดพญานาค คือพญานาคขดตัวล้อมพระกายไว้ถึงพระอังสา เพื่อป้องกันลมฝนตามตำนาน พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้ เมื่อเสด็จประทับเสวยวิมุติสุข ณ ร่มไม้ อชปาลนิโครธ ๗ วันแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าก็เสด็จไปประทับนั่งเสวยวิมุติสุขยังร่มไม้จิก ชื่อว่า มุจจลินท์ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศอาคเนย์ของต้นมหาโพธิ์นั้น. บังเอิญในวันนั้น เกิดมีฝนตกพรำอยู่ไม่ขาดสายตลอด ๗ วัน พญามุจจลินท์นาคราชออกจากพิภพ ทำขนดล้อมพระวรกาย ๗ ชั้น แล้วแผ่พังพานใหญ่ปกคลุมเบื้องบน เหมือนกั้นเศวตรฉัตรถวายพระผู้มีพระภาคด้วยความประสงค์มิให้ฝนและลมหนาวสาดต้องพระวรกาย ทั้งป้องกันเหลือบยุง บุ้ง ร่านริ้น และสัตว์เลื้อยคลานทั้งมวลด้วย. ครั้นฝนหายขาดแล้ว พญามุจจลินท์นาคราชจึงคลายขนดจากที่ล้อมพระวรกายพระผู้มีพระภาคเจ้า จำแลงเพศเป็นมาณพน้อย ยืนทำอัญชลีถวายนมัสการพระผู้มีพระภาคเจ้าในที่เฉพาะพระพักตร์. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงเปล่งอุทานว่า :- สุโข วิเวโก …

Read More

๑๕ ปางฉันสมอ

ปางที่ ๑๕ ปางฉันสมอ พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาทรงถือผลสมอหงายพระหัตถ์วางที่พระชานุเป็นกิริยาเสวยผลสมอ พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้ ครั้นพระผู้มีพระภาคประทับเสวยวิมุติสุข ณ ร่มไม้จิก ชื่อว่ามุจจลินท์ ได้ ๗ วันแล้ว ก็เสด็จไปประทับยังร่มไม้เกต ชื่อราชายตนะอันตั้งอยู่ในทิศทักษิณแห่งต้นมหาโพธิ์นั้น เสวยวิมุติสุขอยู่อีกตลอด ๗ วัน ครั้นล่วง ๗ วันแล้ว เวลาเช้าเสด็จออกจากสมาธิวิหารทรงประดิษฐาน ณ ที่นั้น ครั้งนั้น ท้าวสักกะอมรินทราธิราช ทรงดำริว่าพระผู้มีพระภาคเสวยวิมุติสุขถึง ๗ สัปดาห์ นับแต่วันตรัสรู้มาถึงวันนี้ รวมเป็น ๔๙ วันแล้ว ยังมิได้เสวยพระกระยาหารเลย สมควรจะเสวยพระกระยาหารบ้างแล้ว จึงนำผลสมออันเป็นทิพยโอสถน้อมเข้าไปถวายพระผู้มีพระภาค ๆ ก็ทรงรับ และเสวยผลสมอนั้นตามเทวประสงค์ ครั้นเสวยแล้วทรงทำสรีรกิจลงพระบังคน ได้ความผาสุกแห่งพระวรกาย ทรงบ้วนพระโอฐแล้วเสด็จประทับนั่งยังสถานที่นั้น. พระพุทธจริยาที่เสวยผลสมอนี้นั้น เป็นเหตุให้สร้างพระพุทธรูปปางนี้ เรียกว่า "ปางฉันสมอ" ข้อมูลจากหนังสือ …

Read More

๑๖ ปางประสานบาตร

ปางที่ ๑๖ ปางประสานบาตร พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายประคองบาตรซึ่งวางอยู่บนพระเพลา ยกฝ่าพระหัตถ์ขวาขึ้นวางปิดปากบาตร เป็นกิริยาทรงอธิษฐานประสานบาตร พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนานดังนี้ สมัยนั้น พานิชสองคน ชื่อตปุสสะ ๑ ภัลลิกะ ๑ พ่อค้าเกวียนพาเกวียนสินค้าเป็นอันมากเดินทางไกลมาจากอุกกละชนบท ผ่านมาในไพรสณฑ์ เข้าตำบลอุรุเวลา เสนานิคมประเทศ เขตที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ขณะนั้นเทพดาซึ่งเป็นญาติสาโลหิตของพานิชทั้งสองแต่กาลก่อน ปรารถนาจะสงเคราะห์พานิชทั้งสอง จึงบันดาลด้วยเทวานุภาพให้เกวียนทั้งหมดหยุดนิ่งเหมือนถูกตรึงล้อเกวียนไว้กับพื้นพสุธา ตปุสสะ ภัลลิกะ ตกใจ แม้จะพยายามแก้ไข ให้เฆี่ยนตีวัวทั้งเข้าช่วยผลักดันล้อเกวียนก็ไม่เป็นผล เกวียนทุกเล่มคงหยุดนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน ไม่มีท่าทีว่าจะไปได้อีก พานิชจึงทำพิธีพลีกรรมบวงสรวงเทพดาเจ้าเขาเจ้าป่า ขอให้ตนได้พาเกวียนสินค้าเคลื่อนจากที่นี้ ไปยังที่ซึ่งตนปรารถนาด้วยเถิด เทพเจ้าองค์นั้นจึงสำแดงกายให้ปรากฏ แล้วยกมือชี้บอกแก่พานิชทั้งสองว่า ดูกรท่านผู้นฤทุกข์ บัดนี้พระผู้มีพระภาคเพิ่งตรัสรู้ใหม่ ๆ ขณะนี้เสด็จประทับอยู่ในร่มไม้ราชายตนะพฤกษ์นั้น นับว่าเป็นโชคลาภอันดีของท่านทั้งสอง ดังนั้นท่านจงไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ ทำอภิวาทด้วยคารวะแล้วน้อมเอาข้าวสัตตุผง สัตตุก้อนเข้าถวายพระองค์เถิด ผลทานครั้งนี้จะล้ำเลิศ อำนวยประโยชน์สุขแก่ท่านสิ้นกาลนาน แล้วเทพเจ้าก็อันตรธานมิได้ปรากฏอีกสืบไป ตปุสสะ ภัลลิกะ …

Read More