Breaking News
Home / องค์ความรู้ / บทความทางพุทธศาสนา / บุคคลผู้สว่างมา มืดไป

บุคคลผู้สว่างมา มืดไป

ประเภทที่ 3 บุคคลผู้สว่างมา มืดไป หมายถึง บุคคลผู้เกิดในตระกูลสูง เป็นตระกูลที่เพียบพร้อม พรั่งพร้อมไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง โภคสมบัติ บริวารสมบัติมีประการต่างๆ เป็นตระกูลที่เป็นที่นับถือของคนทั่วไป นั่นเป็นเพราะในอดีตชาติที่ผ่านมาได้ประกอบกุศลคุณงามความดีไว้เป็นอันมาก จึงส่งผลให้มาเกิดเป็นมนุษย์ เสวยทรัพย์สมบัติ ด้วยผลบุญที่ได้กระทำไว้นั้น

ผู้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่พร้อมมูลดังนี้แล้วไม่ขยันทำงาน ไม่หมั่นประกอบบุญกุศลคุณงามความดีใดๆ ไว้เลย แต่กลับประพฤติทุจริต คือ ทำกรรมชั่ว อันจะเป็นทางนำไปสู่ความเสื่อม ความทุกข์อย่างเดียว คือ

ทำความชั่วทางกาย เช่น ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ลักขโมยทรัพย์สินของผู้อื่น ประพฤติผิดในกาม

ทำความชั่วทางวาจา เช่น พูดโกหกโป้ปดมดเท็จ พูดส่อเสียดให้ผู้อื่นเจ็บช้ำน้ำใจ พูดจาหยาบคาย พูดคำพูดเพ้อเจ้อ อันไม่มีประโยชน์ หาสาระไม่ได้

และทำความชั่วทางใจ เช่น มีความโลภอยากได้ของผู้อื่น คิดพยาบาทเบียดเบียนผู้อื่น มีความเห็นผิดไปจากทำนองคลองธรรม คือ เห็นว่าทำดีแล้วไม่ได้ดี ทำบุญแล้วไม่ส่งผล เป็นต้น

ผู้ประพฤติเช่นนี้ เมื่อตายแล้ว ย่อมเข้าถึงอบายภูมิ 4 ได้แก่ นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน

จะได้ยกเรื่องของบุคคลผู้ที่สว่างมา และกลับมืดไป เป็นอุทาหรณ์ ลูกชายเศรษฐีคนหนึ่ง มีทรัพย์มรดกที่ได้รับจากพ่อแม่มากมายมหาศาล มีความรู้เพียงแค่การเล่นดนตรีและการขับร้องเพลงเท่านั้น แต่ไม่มีความรู้ในเรื่องของการจับจ่ายใช้สอยทรัพย์ ด้วยเศรษฐีกับภรรยาคิดว่า เมื่อมีทรัพย์สมบัติก็สามารถทำได้ทุกอย่าง จึงให้ลูกชายศึกษาแต่เพียงการ ฟ้อนรำขับร้องอย่างเดียว

เมื่อลูกชายเศรษฐีโตขึ้น ได้แต่งงานกับลูกสาวเศรษฐีอีกคนหนึ่ง ซึ่งได้รับทรัพย์มรดกตกทอดจากพ่อแม่มากมายมหาศาล และเป็นคนที่มีความรู้แต่เพียงเรื่องของการฟ้อนรำ ขับร้องเหมือนกัน เมื่อคนทั้งสองมาอยู่ด้วยกันเช่นนี้ ไม่ได้ทำการจับจ่ายใช้สอยทรัพย์สมบัติ ทำการงาน ประกอบอาชีพที่เป็นประโยชน์ และไม่ทำบุญ ให้ทานอะไรสักอย่างหนึ่ง มีแต่จะใช้สอย จ่ายทรัพย์ให้หมดไปกับการฟ้อนรำขับร้องเท่านั้น

ต่อมาทั้งคู่ได้ถูกพวกนักเลงสุราชักชวนไปในทางฉิบหาย จับจ่ายใช้สอยทรัพย์สินให้หมดไปกับการดื่มสุรา เที่ยวกิน เล่นการพนัน จนในที่สุดทรัพย์สินเงินทองที่มีอยู่หมดสิ้นไป ต่อมาเมื่อไม่มีเงินเหลืออยู่ จึงขายสมบัติภายในเรือน นำเงินที่ได้ไปซื้อสุรามาดื่มกินต่อไป เมื่อทรัพย์หมดสิ้นอีก จึงได้ขายเรือนที่อยู่เพื่อนำเงินมาซื้อสุราดื่มกินอีก เมื่อคนทั้งสองสิ้นทรัพย์สมบัติทุกอย่างแล้ว พวกนักเลงพากันตีตัวออกห่าง ต้องกลายเป็นคนไร้ญาติขาดมิตร หมดที่พึ่งพิง ไม่มีที่อยู่อาศัย จำต้องไปอาศัยฝาเรือนของคนอื่นเพื่อหลับนอนถือเอาแผ่นกระเบื้องเที่ยวขอทานเขาเลี้ยงชีวิตต่อไป

บุคคลผู้ที่เกิดในตระกูลที่สูง แต่กลับทำความชั่ว ประพฤติทุจริตเป็นประจำ จึงนำให้ไปเกิดในทุคติภพ เปรียบได้กับบุคคลผู้ออกจากที่สว่าง ไปสู่ที่มืด

พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร www.watdevaraj.com

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdOVEEzTURJMU9BPT0

Check Also

Modern Management Principles And Management Principles in Buddhist Studies

Modern Management Principles And Management Principles in Buddhist Studies Mr.Kanok Sanprasert Deputy Director of National …