Breaking News
Home / บริการของสำนักพุทธ / การติดต่องานเกี่ยวกับ “วัด”

การติดต่องานเกี่ยวกับ “วัด”

ขั้นตอนการขอยกวัดราษฎร์ ขึ้นเป็นพระอารามหลวง

การขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง มีขั้นตอนและวิธีดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวงพ.ศ. 2518 ดังนี้ 1. นายอำเภอรายงานขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ตามแบบที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้กำหนด ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด 2. ผู้ว่าราชการจังหวัดนำปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด เห็นสมควรแล้ว จะได้รายงานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 3. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นสมควรแล้ว จะขอรับความเห็นชอบจากเจ้าคณะภาค และเจ้าคณะใหญ่  แล้วรายงานเพื่อพิจารณานำเสนอมหาเถรสมาคม 4. มหาเถรสมาคมเห็นสมควรแล้ว   จะได้ขอพระราชทานยกวัดนั้นขึ้นเป็นพระอารามหลวง 5. เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แล้ว  จะได้แจ้งความยกวัดนั้นขึ้นเป็นพระอารามหลวงในราชกิจจานุเบกษา 6. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขึ้นทะเบียนพระอารามหลวงแล้ว จะได้แจ้งเจ้าคณะภาค และผู้ว่าราชการจังหวัด

อ่านต่อ

ขั้นตอนการขอยกวัดร้าง ขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา

การขอยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา มีขั้นตอนและวิธีดำเนินการ ดังนี้ 1. ประชาชนที่มีศรัทธาจะบูรณะปฏิสังขรณ์วัดร้าง มีหนังสือถึงนายอำเภอหรือเจ้าคณะอำเภอ 2. เจ้าคณะอำเภอหรือนายอำเภอได้รับหนังสือตามข้อ 1 แล้วร่วมกันพิจารณาว่าสมควรจะยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาหรือไม่ โดยพิจารณาจาก (1) วัดร้างนั้นอยู่ในสภาพที่สมควรเป็นที่อยู่อาศัยและจำพรรษาของพระภิกษุ (2) มีประชาชนในละแวกใกล้เคียงจำนวนมากพอที่จะทำนุบำรุงให้วัดเจริญได้ (3) ตั้งอยู่ห่างจากวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาไม่ต่ำกว่า 2 กิโลเมตร  เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร (4) มีที่ดินพอที่จะขยายให้วัดเจริญได้ซึ่งไม่ต่ำกว่า 6 ไร่ เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็น และ (5) พอใจในหลักฐานของประชาชนตามข้อ 1 ที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์วัดร้างนั้นให้เป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา และสามารถจัดให้มีพระภิกษุมาอยู่อาศัย และจำพรรษาในวัดได้ไม่น้อยกว่าสี่รูป โดยมีเอกสารแสดงการยินยอมของพระภิกษุที่จะเข้ามาอยู่อาศัยและจำพรรษาในวัดร้างที่จะยกขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาทั้ง 4 รูป ประกอบมาด้วย 3. เจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอร่วมกันรายงานการขอยกวัดร้างต่อเจ้าคณะจังหวัด(ตามแบบรายงานการขอยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา) 4. เจ้าคณะจังหวัดได้รับทราบแล้ว ทำความเห็นเพื่อยื่นต่อจังหวัด 5. จังหวัดนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการศาสนาจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ 6. ส่งเรื่องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการ

อ่านต่อ

ขั้นตอนการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา

การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา มีขั้นตอนและวิธีดำเนินการตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2507) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ดังนี้ 1. เจ้าอาวาสเสนอรายงานขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา ตามแบบ (ศถ. 7)ต่อเจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอ 2. เมื่อเจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอ เห็นสมควรให้นำปรึกษานายอำเภอ แล้วเสนอเรื่องและความเห็นไปยังเจ้าคณะจังหวัด 3. เมื่อเจ้าคณะจังหวัดเห็นสมควร ให้นำปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วเสนอเรื่องและความเห็นไปยังเจ้าคณะภาค 4. เมื่อเจ้าคณะภาคเห็นสมควรแล้ว  ให้ส่งเรื่องและความเห็นไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 5. เมื่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นสมควรแล้ว จะกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชเพื่อทรงอนุมัติแล้วเสนอ  เพื่อนำความกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาต่อไป 6. เมื่อพระราชทานวิสุงคามสีมาแก่วัดใดแล้ว ให้นายอำเภอท้องที่ที่วัดนั้นตั้งอยู่ดำเนินการปักหมายเขตที่ดินตามที่ได้พระราชทานต่อไป แบบรายงานขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา  คลิกที่นี่

อ่านต่อ

ขั้นตอนการยุบเลิกวัด

การยุบเลิกวัด มีขั้นตอนและวิธีดำเนินการตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2507) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ดังนี้ 1. เจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอ  เป็นผู้รายงานขอยุบเลิกวัด ตามแบบ (ศถ. 6) ซึ่งทางราชการได้กำหนดไว้ไปยังเจ้าคณะจังหวัด 2. เมื่อเจ้าคณะจังหวัดเห็นสมควรแล้วให้นำปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วเสนอเรื่องและความเห็นไปยังเจ้าคณะภาค 3. เมื่อเจ้าคณะภาคเห็นสมควรแล้ว  ให้ส่งเรื่องและความเห็นไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 4. เมื่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นสมควรแล้ว จะรายงานเพื่อขอรับความเห็นชอบแล้วนำเสนอมหาเถรสมาคม 5. เมื่อมหาเถรสมาคมเห็นชอบแล้ว จะได้ประกาศยุบเลิกวัดในราชกิจจานุเบกษาตามแบบ ว.4 ท้ายกฎกระทรวง

อ่านต่อ